โปรแกรมร้านอาหาร ใช้กับสปา ได้จริงหรือ

Posted on

ผมเจอลูกค้าบางราย บอกกับผมว่า “พี่ พี่เป็นรายที่ 8 แล้วนะ ที่หนูซื้อโปรแกรมมา” จะบอกไงดีละ เอาจริงๆ นะ พี่ตั้งใจอย่างเดียวเลย “พี่จะเป็นรายสุดท้าย” ที่หนูต้องซื้อโปรแกรม

ด้วยการที่ตลาด Software บ้านเรา อาจจะไม่สุดติ่ง กระดิ่งแมว อย่างที่อื่นเขา ทำให้ ผู้ประกอบการ บางราย เปิดช่องทางให้โปรแกรมตัวเองเพื่อเพิ่มยอดขาย โดยเอาโปรแกรมอย่าง POS หรือ โปรแกรมห้องอาหาร มาขายให้กับธุรกิจสปา

ทำไมถึงเอามาเสนอกันได้ ?
เพราะมองว่า เอาโต๊ะอาหารนี่ละ มาจองแทนห้อง ลงทะเบียนมันบนโต๊ะอาหารนี่ละ ลูกค้าจะใช้ Treatment อะไร ก็ใส่รายการลงไปในโต๊ะนั้นๆ แล้วลูกค้าออกมา ก็คิดเงิน ปิดใบเสร็จ

ใครเข้าใจแบบนี้ คุณพลาดแล้วครับ

โปรแกรมห้องอาหาร เป็นหนึ่งใน Software ที่ผมเคยเขียนมาก่อนครับ แต่บอกไว้ตรงนี้ได้เลยว่า “มันใช้แทนกันไม่ได้” ถ้าใช้แทนได้จริงๆ ผมคงไม่ต้องมาทำโปรแกรมสำหรับ “สปา” โดยเฉพาะอีกแน่นอนครับ เขียนโปรแกรมตัวเดียว ขายได้ทั้งสองธุรกิจ คุ้มกว่ากันเยอะ

ถ้าคุณจะเอามาแค่คิดเงิน ดูรายการเพียงแค่นั้น คุณซื้อเครื่องเก็บสด ก็ได้ครับ ราคาก็ไม่แพง ไม่ต้องกังวลบริการหลังการขาย แถมความเสี่ยงก็ต่ำกว่าครับ

โปรแกรมร้านอาหาร ควรจะใช้กับร้านอาหาร
แต่เมื่อเป็น “สปา” ก็ควรใช้โปรแกรมสปา ครับ

ถึงแม้ว่า ธุรกิจ 2 อย่างนี้ ใกล้เคียงกัน คนก็เลยคิดว่า
เอา โต๊ะอาหาร มาใช้แทน เตียง
เอา รายการอาหาร มาใช้แทน Treatment
เอา ส่วนผสมอาหาร มาใช้แทน องค์ประกอบ Treatment จบแระ … ใช้กันได้ !!

พอเอาไปใช้จริงๆ ก็เลยกลายเป็นการ “หลอกขาย” กันครับ เพราะ เอาเข้าจริง รายละเอียดในระบบ งานสปานั้น แตกต่างจากห้องอาหารกันหลายอย่าง จนจะกลายเป็น “สุดขั้ว” เลยก็ว่าได้
เราลองมองกันแบบนี้ครับ

“ธุรกิจห้องอาหาร ต้องการอะไร”

รายได้ แยกหมวดหมู่ สถานที่ ต้นทุน อาหารธรรมดา จัดชุด คำสั่งพิเศษ พิมพ์เข้าห้องครัว ฯลฯ

“แล้วสปาละครับ”

รายได้ แยกหมวดหมู่ สถานที่ ต้นทุน รายได้แยกประเภท พนักงาน Therapist การจัดการการลงทะเบียน การจอง การจัดการ Treatment ทั้งแบบธรรมดา และแบบ Package และอื่นๆ อีกมากมาย

ทำให้เมื่อนำโปรแกรมห้องอาหารมาใช้แล้ว “มันจบคำตอบไม่ได้”
สุดท้าย ก็ต้องทิ้งไปเปล่าๆ อยู่ดี

วิธีการง่ายๆ อย่างหนึ่งที่ผมขอแนะนำ “ผู้ประกอบการสปา” เลยว่า ถ้าจะซื้อโปรแกรมอะไรซักอย่าง ตั้งโจทย์ไว้ในใจก่อนครับว่า “เราจะใช้โปรแกรม เพื่ออะไรบ้าง” จากนั้น ลองให้คนขายตอบโจทย์ครับ คุณจะรู้ถึงข้อแตกต่างของโปรแกรมอย่างเห็นได้ชัด

1986

ผมเคยนำเสนอโปรแกรมกับลูกค้ารายหนึ่งในกรุงเทพฯ ครับ
ยังไม่ได้เปิด Notebook เพื่อนำเสนอเลย แต่เขาก็ชวนคุย สอบถามวิธีการ รวมถึงมุมมอง และการแก้ไขปัญหา ถามเสร็จแล้ว ผมก็ถามว่า “จะให้ลองนำเสนอโปรแกรมหน่อยไหมครับ”

ลูกค้านั่งยิ้มแล้วบอกกับผมว่า

“ผมเชื่ออยู่อย่างนะ โปรแกรมมันจะดีหรือไม่ดี มันอยู่ที่คนทำมันเหมือนกันนะ
ผมว่า ผมไม่จำเป็นต้องดูหรอก คุณตอบคำถามผมได้หมด โปรแกรมคุณ มันก็ตอบคำถามให้ผมได้หมดเหมือนกัน”

ได้ยินลูกค้าพูดแบบนี้ เหมือนจะก้มกราบงามๆ ^_^
ดังนั้น ก่อนจะซื้อโปรแกรมอะไรก็ตาม ตั้งคำถามไว้ในใจเยอะๆ นะครับ จะได้ไม่โดนหลอกขายเอานะครับ