มาใส่พลัง ให้โปรแกรมกันเถอะ ..

Posted on

ชีวิตที่นั่งหน้าเครื่องคอมพิวเตอร์มาเกืือบ 22 ปีของผม (คุณพระ … เดาอายุได้เลย ลุง..)
การทำงานใช้งานของโปรแกรม จะมี 2 ลักษณะใหญ่ๆ ครับ คือ คนใช้งาน และทำงานด้วยตัวเอง

สองอย่างนี้ แตกต่างกันในความรับผิดชอบในตัวของมันนะครับ อย่างแรกเลย คือ โปรแกรมที่ทำงานด้วยตัวเอง เดี๋ยวนี้ เด็กๆ ก็จะเริ่มทำความรู้จักกับ Software ประเภทนี้ โดยเรียกมันว่า “BOT” ครับ

2402

ถ้าถามเด็กๆ ว่า รู้จัก BOT ไหม เด็กก็จะเข้าใจว่า มันเป็นตัวที่เอาไว้ให้เล่นเกมส์เองโดยอัตโนมัติ เอาไว้เก็บแต้ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก เกมส์ OnLine (อย่างน้อย ผมก็ยังทันนะ ว่าเด็กมันเล่นอะไรกัน)

แต่ความจริงแล้ว “BOT” ที่เด็กๆ รู้จัก มันมาจากคำว่า “robot” ครับ คือ หมายถึง หุ่นยนต์ ซึ่งในทางโปรแกรมคอมพิวเตอร์ โปรแกรมที่ทำงานในลักษณะนี้ ก็จะหมายถึง การโปรแกรมให้มันทำงานเองอัตโนมัติ โดยคนสร้างสมการ การทำงานให้กับมัน และทิ้งให้มันทำงานโดยไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับมันมาก

โปรแกรมพวกนี้ เช่น อย่าง Google เอง ก็จะมีโปรแกรมที่ทำหน้าที่เก็บข้อมูลตาม WebSite ต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยให้ค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้ถูกต้อง ซึ่งถูกเรียกว่า GoogleBot หรือแม้แต่ของผมเอง ก็จะมีการเขียนโปรแกรมให้อุปกรณ์ต่างๆ มาช่วยทำงานที่ซ้ำๆ กันอย่างเช่น ระบบการสำรองข้อมูล ระบบการจัดการฐานข้อมูลลูกค้า หรือ แม้แต่ให้มันช่วยทำตลาด ^_^

ข้อดีของ Bot คือ เปิดเครื่อง ปล่อยมันทำงานไป ไม่ต้องกลัวลืมทำงานที่ต้องทำซ้ำๆ ลดงานคนลง ไม่ต้องยุ่งกับมันเยอะ!!

แต่โปรแกรมประเภทคนใช้งาน เป็นการเชื่อมความสามารถของคน และคอมฯ เข้าด้วยกันครับ
Software พวกนี้ จะทำงานได้ดี ก็ต่อเมื่ออยู่ในมือคนที่เก่ง!!

เฮ้ย … แล้วมีคนเก่ง จะมี Software ทำไม!!

คำตอบ คือ ก็คนเก่งเอง ก็ต้องมีผู้ช่วยไงครับ
ยกตัวอย่าง คนวาดรูปเก่ง ใช้โปรแกรมวาดภาพช่วย ก็จะเสริมเทคนิคการวาดให้สูงขึ้น
คนแต่งเพลงเก่ง ก็เขียนโน๊ตลงไป แล้วเปิดฟังได้เลย

และ SME เองก็เช่นกันครับ…
จากประสบการณ์ การทำงาน คนเก่งของ Software SME มาจาก 2 ทางครับ

ทางแรก คือ คุณมีคนที่เก่งอยู่ในองค์กร มีคนบริหารจัดการที่เก่ง มีทีมตลาดที่เก่ง
ทางที่สอง คือ บริษัทฯ ที่คุณซื้อโปรแกรม ต้องเก่งทันคุณ

พอมาถึงบรรทัดนี้ ผมเชื่อว่า คุณอาจจะคิดว่า แหม .. ก็จะขายโปรแกรมละซิ ถึงจะต้องพูดแบบนี้
ผมอยากจะเล่าให้ฟังว่า มีครั้งหนึ่งที่ได้เข้าประชุมกับลูกค้าครับ ลูกค้าบอกว่า ถ้าจะขอซื้อโปรแกรม แล้วเขาไปดำเนินการเองได้ไหม จะได้ลดค่าใช้จ่ายลง

ถ้าเอาจริงๆ แบบอยากได้เงิน ก็อยากจะขายๆ ไปเถอะครับ สบายจะตาย
แต่ “ผมจะอยู่กับ Software ต่อไป” ครับ “อย่าขาย ถ้าไม่สมบูรณ์”
ผมบอกกับลูกค้าว่า ถ้าจะเอาไปแต่โปรแกรม แต่ไม่ให้เราช่วยติดตั้ง “อย่าซื้อเลยครับ” โปรแกรมนี้ จะทำงานได้ดี ก็ต่อเมื่อ “มีผมและทีมงาน” เข้าไปวางระบบงานครั้งแรก

ผมไม่ได้ดูถูกลูกค้านะครับ ว่าไม่มีความสามารถในการใช้งาน
หรือ เพราะว่าโปรแกรมมันใช้งาน โคตรยาก แต่ผมรู้จักมันดีที่สุดครับ และรู้ว่า จะให้มันรับใช้คุณได้อย่างไรให้ดีที่สุด

แต่ พอถึงตรงนี้ ใครเคยซื้อโปรแกรมบัญชี ประเภทที่มาติดตั้ง แล้วก็เดินจากไป จะเข้าใจดี
คือ เก่งบัญชี แค่ไหน ก็นั่งอ้าปากค้าง เวลามาเจอโปรแกรมที่ไม่เคยเจอครับ

โปรแกรม สปา เองก็หลักการเดียวกันครับ ผมไม่กล้าวัดความรู้ว่า ไหน ลองผสม Treatment ซิ หรือ ลองมัดลูกประคบให้ดูหน่อย ถ้าบอกให้ผมทำงี้ บอกเลยครับ “เน่าสนิท”

แต่ผมรู้ว่า โปรแกรมผม จะช่วยคุณยังไงได้บ้างครับ การทำงานผมจะแตกต่างตรงที่ ผมจะเข้าไปคุยกับลูกค้าก่อนเสมอ ไม่ใช่แค่นำเสนอ แต่จะเข้าไปดูว่า สปา คุณเป็นแบบไหน ปัญหาของคุณคืออะไร แล้วจับมันมาวางระบบให้ก่อนครับ

พูดง่ายๆ เหมือนกับถ้าคุณจะสร้างบ้านเล็กๆ ซักหลัง ผมไม่ได้แค่ดูว่า เออ นี่ไง ใช้ของพวกนี้นะ ไปลองสร้างเอานะ

แต่ผมจะสร้างให้คุณไว้ก่อน แล้วคุณจะตกแต่งมันยังไง ก็เรื่องของคุณแล้วครับ .. เพราะขั้นตอนที่จะเอามันมาตกแต่ง คุณเห็นภาพบ้านของคุณได้ชัดเจนแล้ว

และการตกแต่งบ้านหลังนี้ คือ บุคคลที่ 2 ของการเพิ่มพลังให้โปรแกรมครับ นั่นคือ คนของคุณเอง จะเอาข้อมูลไปใช้งานต่อได้แค่ไหน เพราะโปรแกรมแนวธุรกิจ SME ทุกอย่าง จะให้คุณได้แค่ข้อมูลครับ

สิ่งที่สำคัญเสมอ คือ การอ่านข้อมูลที่ได้จากโปรแกรมเป็นประจำ และนำข้อมูลเหล่านั้นไปประยุกต์ใช้งาน ถ้าคุณอ่านข้อมูลที่ได้จากโปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ ถึงคุณเป็นคนธรรมดา คุณก็เก่งได้ครับ

คุณต้องเข้าใจว่า โปรแกรมสำหรับงานธุรกิจ มันไม่ได้ทำงานเองอัตโนมัติทั้งหมดอย่าง Bot แต่มันต้องมีคนร่วมทำงานกับมันด้วยเสมอ

และจำไว้เสมอว่า ไม่ว่าโปรแกรมจะดีแค่ไหน ก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้ หากคุณ “ไม่ได้ใช้มัน” ครับ