จุดคุ้มทุนการใช้ Software ในธุรกิจสปา

Posted on

ย้อนกลับไปราวเกือบ 10 ปีก่อน
สมัยที่ตลาด Software บ้านเราเริ่มมีการทำตลาดกันเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น สมัยนั้นผมยังอยู่ในกลุ่มธุรกิจ Software สำหรับธุรกิจโรงแรม และร้านอาหารครับ
เรื่องที่อยากจะหยิบยกมาเป็นประเด็นคือ พนักงานฝ่ายตลาดเข้าไปนำเสนอ Software ให้กับร้านอาหารแห่งหนึ่ง แล้วโดนตอบกลับมาว่า “จะมีไปทำไม ร้านฉันอยู่ได้มาเป็น 10 ปี ไม่เห็นต้องมีโปรแกรม” วันนี้ ร้านแห่งนี้ปิดตัวไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการเติบโตของธุรกิจแบบก้าวกระโดด ในแบบที่ใครก็อยากจะเป็นเจ้าของร้านกันทั้งนั้น ทำให้คำว่า “ขาใหญ่” เริ่มล้มหายตายจากไปเรื่อยๆ

คำถามคือ เพราะเขาไม่ใช้ Software หรือ จึงอยู่ต่อไม่ได้

คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ แต่การไม่มีการปรับตัว ด้วยความมั่นใจในระบบเดิมๆ ทำให้เสียโอกาสหลายๆ อย่างไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้คนอื่น นำหน้าไปแบบที่คาดไม่ถึง อย่างคำพูดที่เราได้ยินบ่อยๆ ว่า “จงเปลี่ยน ก่อนที่จะถูกบังคับให้เปลี่ยน”

Software เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่หากลองดูการทำงานของคนรุ่นใหม่ กลายเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ทุกคนอยากจะมี อยากจะวิเคราะห์ เพื่อเห็นภาพรวม และจุดบอด จุดแข็งของตัวเอง แต่พอจะลงทุนแล้ว กลับกล้าๆ กลัวๆ กว่าการเลือกซื้อเก้าอี้แพงๆ วอลเปเปอร์หรูๆ มาก ทั้งนี้ เพราะไม่รู้ว่า ลงทุนไปแล้ว จะคุ้มที่ลงทุนหรือเปล่า

คำถามคือ บทบาทของ Software ประเมินว่า “คุ้ม” หรือไม่อย่างไร มีคำตอบง่ายๆ ครับ

ประการแรก ตอบคำถามตัวเองก่อน อะไรคือปัญหาที่เราเจอ

เวลาลูกค้าถามว่า โปรแกรมทำอะไรได้บ้าง สิ่งที่ผมจะมองก่อนเสมอคือ สปา คุณเป็นแบบไหน การอยู่กับธุรกิจสปามาหลายรูปแบบทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นว่า สปาแต่ละแบบ จะเจอปัญหาอะไร เช่น Day Spa มักเจอเรื่องความเร่งรีบการให้บริการ การตอบคำถามอย่างรวดเร็ว การจัดพนักงาน Therapist แต่ถ้าเป็น Hotel Spa ก็จะไปในแนวการสรุปเอกสาร การเชื่อมโยงข้อมูลกับทางระบบโรงแรม หรือกลุ่มบิวตี้ก็จะแตกต่างออกไป การเข้าใจปัญหาได้มาก บอกให้เรารู้ว่าเราเสียโอกาสไปมากเท่าไหร่ และการนำ Software เข้ามาใช้ จะช่วยเราได้อย่างไร “โอกาส” จึงเป็นจุดคุ้มทุนอย่างแรก

ประการที่สอง อะไรคืองานซ้ำๆ เดิมๆ ที่ต้องทำไปอย่างเสียเวลา

ถ้าอย่างแรก คุณนึกไม่ออกละก็ ลองหันไปดูรอบๆ โต๊ะทำงานคุณว่า คุณต้องจ้างคนมานั่งสรุปข้อมูลเพื่อการวิเคราะห์ของคุณเดือนละเท่าไหร่ และใช้เวลาเท่าไหร่ในการประเมิน และสรุปข้อมูล ตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบของ Software ที่จะให้คุณได้คำตอบต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพราะคำตอบมาจากเพียง Click รายงานขึ้นมาดู คุณไม่ต้องรอเป็นวันๆ เพื่อสรุปค่ามือพนักงาน และต้องมาตรวจซ้ำว่า ค่ามือ คำนวณถูกต้องตามเงื่อนไขไหม คุณไม่ต้องรอไฟล์จาก Excel ที่จะให้คำตอบว่า ตกลงเดือนนี้อะไรขายดี “เวลา” จึงเป็นจุดคุ้มทุนอย่างที่สอง

ประการที่สาม ระบบเรารั่วไหลตรงไหนหรือไม่

เวลาพูดถึงการรั่วไหลในทุกๆ ครั้ง ผมจะนึกถึงการติดตั้ง Software ให้กับสปาแห่งหนึ่งที่นึกถึงแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ประเด็นคือ ลูกค้ามาปรึกษาการวางโครงสร้างระบบ Software กับปัญหาที่เขาเจออยู่เรื่องการป้องกันการ “ทุจริต” ในครั้งนั้น อาจกล่าวได้ว่า โดนต่อต้านการใช้โปรแกรมชนิดที่ผมต้องเดินออกมาจากสปา แล้วสูดลมหายใจลึกๆ…. แล้วกลับเข้าไปลุยใหม่ เพราะนอกจากการทำ Software ที่ดีแล้ว สิ่งที่สำคัญกว่า คือการออกแบบระบบให้ปิดช่องโหว่ด้วย เรียกได้ว่า เกิดแรงกดดัน กันมหาศาล เพราะทุกอย่างที่พนักงานทำ จะถูกฟ้องออกมา ประเภทที่กระดิกตัวโกงกันไม่ได้เลย จริงๆ เวลาเจอปัญหาทุจริคแบบนี้ บางครั้ง แค่เคสเดียว คุณก็คุ้มค่าโปรแกรมแล้วด้วยซ้ำครับ เพราะไม่ว่า เขาจะโกงลูกค้าของคุณ หรือโกงคุณ สุดท้าย ก็โกงอยู่ดี “ระบบที่ชัดเจน” จึงเป็นจุดคุ้มทุนที่สามที่เราจะลงทุนกับ Software ครับ

ประการที่สี่ ใครขาย Software ให้คุณ

ผมทำ Software ให้กับธุรกิจ SME รวมถึงองค์กรมาหลายประเภท แบบที่ไม่คิดว่า ตัวเองจะเจออะไรเยอะแบบนี้ในชีวิต ทั้งกลุุ่มโรงแรม ร้านอาหาร หมอฟัน ระบบจัดการน้ำยาง หรือแม้แต่ระบบงานศาลเจ้า !!! (หาดูใน Facebook นะครับ) สปา เป็นธุรกิจที่คล้ายกับพวก Programmer อยู่อย่าง คือ คุยกับใครไม่ค่อยรู้เรื่อง !!!! 555
คนที่ไม่ได้อยู่ในวงการสปา จะมองสปา แค่ธุรกิจง่ายๆ เหมือนแค่เข้าไป เลือก Treatment แล้วคิดเงิน จบ…..
แต่ลองมาลงลึกจรืงๆ กล้าพูดว่า “ไม่หมู” จัดเป็นหนึ่งในธุรกิจปราบเซียนอย่างแท้จริง ลองว่าถ้าคุณไม่รู้รอบละก็ ไปไม่รอดเอาง่ายๆ
ตอนที่ทำ Software สปาสมัยแรกๆ แบบย้อนกลับไป 10 กว่าปีที่แล้ว ผมพยายามหาตัวอย่างของระบบที่มีอยู่แล้วบนโลกใบนี้ แต่เอาเข้าจริงๆ สมัยนั้น Software ส่วนใหญ่ ออกแบบเพื่อใช้งานกับร้านเสริมสวย และประยุกต์กับสปาให้ใช้งานได้บ้าง ทำให้ไม่ได้คำตอบจริงๆ ของงาน จนกระทั่งได้โอกาสเข้าไปพัฒนาตัวโปรแกรมกับลูกค้าสปารายหนึ่ง ชนิดที่นั่งมัดลูกประคบด้วยกันเลยทีเดียว
ถึงได้รู้ว่า สปา ไม่ใช่ธุรกิจที่ใครก็อยากจะทำ Software ก็ได้ เพราะรายละเอียดที่ค่อนข้างมาก และการแตกแขนงเพื่อเพิ่มจุดขายของสปาก็แตกต่างออกไปหลากหลายเช่นกัน ถ้าคุณมองว่า Software เหมือนๆ กัน สิ่งที่อยากให้คุณลองนึกภาพตามคือ ถ้าคุณมีโปรแกรมแต่งภาพอยู่ในเครื่อง มันไม่ได้หมายถึงคุณสามารถสร้างสรรค์ภาพออกมาได้สวยเท่ากับ คนทำงานกราฟฟิก

โปรแกรมจะทำงานได้ 100% จึงอยู่กับคนที่จัดวางระบบให้กับมันด้วย

หาคำตอบให้กับตัวเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่า Software นั้น ความจริงแล้ว มันสามารถคืนทุนได้เร็วกว่า เก้าอี้นวด ที่คุณลงทุนไปได้หลายเท่า ถ้าคุณเข้าใจสิ่งที่มันเป็น